เที่ยวมาเก๊าด้วยตนเอง เที่ยวมาเก๊า มาเก๊าเที่ยว มาเก๊าทัวร์ ไปมาเก๊า Macaufunclub เที่ยว ทัวร์ มาเก๊า ข้อมูลมาเก๊า ทัวร์มาเก๊า เที่ยวมาเก๊าเอง เที่ยวด้วยตนเอง ไปเที่ยวเอง

เที่ยวมาเก๊าด้วยตนเอง เที่ยวมาเก๊า มาเก๊าเที่ยว มาเก๊าทัวร์ ไปมาเก๊า Macaufunclub ข้อมูลมาเก๊า ทัวร์มาเก๊า เที่ยวมาเก๊าเอง เที่ยวด้วยตนเอง เที่ยว ทัวร์ มาเก๊า ไปเที่ยวเอง

เที่ยวมาเก๊า

Posted by admin On กันยายน - 9 - 2010
ทัวร์มาเก๊า

ทัวร์มาเก๊า

เที่ยวมาเก๊า

เที่ยวมาเก๊า

เที่ยวมาเก๊า
ท้องฟ้าอึมครึ้มพร้อมหยาดฝนที่หล่นมาจากฝากฟ้า เหมือนกับกำลังร่ำไห้ ให้กับภาวะการเมืองไทยในเวลานี้ ตอนแรกก็ว่าจะไม่ดูข่าว แต่จนแล้วจนรอด ก็ต้องมาดูจนได้ ไม่มีอะไรคืน ยังคุมเชิงกันทั้งสองฝ่าย คงเหมือนกับภูเขาไฟ ที่กำลังรอวันประทุ ไม่รู้จะระเบิดวันไหน อืม คิดมากปวดหัว เตรียมตัวไปทัวร์ที่มาเก๊าดีกว่า เกือบ 11 เอง ก็มาถึงสนามบิน เคาร์เตอร์ปิดให้เช็คอินไวมาก คนน้อย เลยไม่เสียเวลาในการเช็คอินเท่าไหร่ พาลูกค้าไปตะลอนที่มาเก๊าเที่ยวนี้ 7 คนด้วยกัน เหมือนไปเที่ยวเองเลย พี่ ๆ ที่ออฟฟิศยังแซว เที่ยวให้สนุกนะ จ๊ะ ข้าน้อยรับทราบ อิอิ จะว่าไปไม่ได้บินตอนกลางวันมาหลายเดือนแล้ว เที่ยวนี้ได้เวลาเหินฟ้าตอน บ่ายสองโมงครึ่ง ใช้เวลาในการเดินทาง สองชั่วโมงนิด ๆ เราก็มาถึงมาเก๊า ดินแดนแห่งคาสิโน ในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของที่นี่ไวมาก ครู่เดียวเราก็ออกมาข้างนอกพร้อมกระเป๋า พี่ออย มัคคุเทศก์ท้องถิ่น(มาเก๊า)ก็รอเราอยู่แล้ว

ออย สาวไทยหัวใจเด็ดเดี่ยว แกมาอยู่ที่นี่ได้หลายสิบปีแล้ว พี่ออย เป็นคนบุรีรัมย์ จับพลัดจับผลู ก็มีมาครอบครัวอยู่ที่นี่ เห็นบอกว่าลูกสองแล้ว สงสัยคงสวยเหมือนแม่ พี่ออยพาเรามาส่งถึงด่าน มาเก๊า อาจจะงง เพิ่งเข้ามาเมื่อกี้ จะออกไปไหนกันอีก คืนนี้เราจะไปพักกันที่จูไห่ เลยต้องออกด่านมาเก๊ากันอีกรอบ มาถึงด่านก็ทุ่มกว่า คนเยอะมากเนื่องจาก คนจีนที่ไปเที่ยวมาเก๊า ก็จะกลับเข้าเมืองจีน ยืนรอกันอยู่เกือบชั่วโมง กว่าจะผ่านด่านมาเก๊าออกมาได้ ยัง ยังไม่หมด เรายังต้องไปผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของเมืองจีนอีก แต่ที่ด่านจีนไม่ค่อยเท่าไหร่ เนื่องจากหนังสือเดินทางของเราเป็นหนังสือเดินทางต่างประเทศ ช่องที่เราต้องไปตรวจหนังสือเดินทาง คนต่างประเทศน้อยมาก แต่แหม น้องหมวย ตม. ก็ตรวจเสียทุกตัวอักษร ก็เสียเวลา อยู่พอควร ไม่ว่ากัน ระเบียบแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ไปที่ไหนเราก็ต้องเคารพกฎของที่นั่น
ออกด่านมาได้ ก็มาเจอธงไชย ไกด์ท้องถิ่นของจูไห่ คอยเราอยู่ เฮ้อ กว่าจะหลุดมาได้ บะหมี่ที่กินมาบนเครื่องบิน ก็หมดฤทธิ์ซะแล้ว ณ เวลานั้น กระเพาะเริ่มประท้วงหนัก พอ ๆ กับ พันธมิตรที่ประท้วงรัฐบาล หิวอย่างรุนแรง โชคดีร้านอาหารอยู่ไม่ไกลมากนัก ไม่ง้านคงได้เห็น นิทานพื้นบ้าน กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ มาแสดงที่เมืองจีน หนังท้องตึงเราก็เข้าที่พักกัน แหม ตอนแรก นึกว่าบินกลางวันจะไม่เหนื่อย งานดันมาเข้าตอนรอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ไม่ไหว นอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องกลับไปผ่านด่านอีกแว้ว – -8

31-08-08 อนุสาวรีย์หวีหนี่ – มาเก๊า – เวเนเชี่ยน

เช้าแล้วไวแท้ เหมือนเพิ่งได้หลับเมื่อกี้นี่เอง กว่าจะลาขาดออกจากเตียงได้ ก็เสียเวลาล่ำลากันนานพอดู หน้าที่การงานต้องมาก่อน ลุยๆๆๆ เช้านี้เรามีโปรแกรมไปเยี่ยมชม อนุเสาวรีย์หวีหนี่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองจูไห่ อยู่ตรงริมทะเล การจัดทัศนีย์ภาพของที่นี่ สวยงามมาก ถนนสวย และสะอาด เหมาะแก่การมาพักผ่อน และยังมีบริการให้เช่ารถจักรยาน ไว้ปั่นเล่น เลาะริมเล ชักภาพ เป็นที่ระลึกเรียบแล้วเราก็ไปแวะเยียมชม ร้านยาสมุนไพรจีน และ ร้านหยก 11 โมงนิด ๆ เราก็มาทานข้าวกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก www.wonderfulpackage.com

ก่อนข้ามกลับไปมาเก๊า เราก็มาแวะที่ตลาด กงเป่ย กันก่อน สถานที่ตั้ง ก็อยู่ตรงบริเวณก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง หลังจากปล่อยทุกคนได้ชมตามอัธยาศัยแล้ว ได้เวลามานั่งเฝ้ากระเป๋าลูกค้า ข้าง ๆ ก็มีลุง อยู่คนมานั่งสูบบุหรี่ กลายเป็นน้องขาวรมควันไปเลย เห้อออ เป็นเรื่องธรรมดาครับ การมาเมืองจีน มาเจอคนกับที่สูบบุหรี่ ที่นี่กำลังอยู่ในช่วงรณรงค์ให้สูบบุหรี่เป็นที่เป็นที่เป็นทาง ไม่รู้จะสำเร็จเมื่อไหร่ แต่อย่างน้อย ก็ยังดีที่มีการเริ่มต้น แค่เริ่มต้น ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง แล้วมารอดูวันที่คนจีนมีวินัยในการสูบบุหรี่กัน แต่ตอนนี้ เหม็นมากกกกกก บุหรี่มวนเดียว จะสูบยัน ปักกิ่งได้จัดโอลิมปิครอบสองเลยหรือไงเนี่ย – -*
สำหรับตลาดกงเป่ย ก็อารมณ์ประมาณ มาบุญครองบ้านเรา มีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ ก็ต้องต่อราคากันน่าดูเหมือนกัน สำหรับพรรคพวกของเรากรุ๊ปนี้มะนิยม กันสักเท่าไหร่ ยังไม่ถึงเวลานัด หลายคนก็เริ่มกลับมายืนกันหน้าสลอน ตรงที่นัดหมาย จวบจนทุกคนกลับมาครบ ก็ยังไม่ถึงเวลานัดอยู่ ก็ไม่เป็นไร ข้ามด่านก่อนก็ได้ เผื่อคนเยอะจะได้เสียเวลาไม่มาก ธงไชย ก็มาส่งเราที่หน้าด่านเมืองจีน ผิดคาด คนไม่เยอะอย่างที่คิด เราใช้เวลาผ่านด่าน ทั้งของจีน และของมาเก๊า ไม่ถึงครึ้งชั่วโมงด้วยซ้ำ ผิดกับเมื่อวานลิบลับ เนื่องจากเรามาก่อนเวลานัด พี่ออยจึงยังมาไม่ถึง มายืนรอ รับของฟรีตรงหน้าด่านกัน สบายใจไป

ระหว่างที่ยืนรอพี่ออย ก็เห็นมีเจ้าหน้าจากโรงแรมมาถือป้ายโรงแรม ยืนออกันอยู่ตรงหน้าประตู แอบดูไปดูมา ก็ได้ความว่าเค้ามายืนรอเพื่อที่จะรับลูกค้าไปส่งยังโรงแรม และบ่อนของตัวเอง อันนี้บริการฟรี แหม บริการประทับใจจริง ๆ ไม่นานนัก พี่ออยก็มาถึง และรถก็มาถึงพร้อมกันเราตกลงกันว่าจะไปต่อกันเลย พี่ออยจึงพาเราไปยังไฮไลท์ ของโปรแกรมนี้ คือเวเนเชี่ยนจากด่านถึงเวเนเชี่ยน ก็ใช้เวลาแค่ 30 นาที เราก็ได้มาเห็นความอลังการณ์ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เนื้อที่ในการก่อสร้างกว่าหนึ่งพันไร่ นี่ยังเสร็จไม่หมด เห็นพี่ออยว่างั้น ข้างในจะประกอบไปด้วย โรงแรม ร้านเสื้อผ้าชั้นนำ คาสิโน และที่ถือเป็นจุดขายเลยก็คือ การจำลองเมืองเวนิส มาไว้ในบ่อนคาสิโน ตรงนี้จะอยู่บริเวณชั้น 3 ตรงกลางจะมีคลอง และสองข้างทาง ก็จะเป็นร้านเสื้อผ้า ย่อห้อต่าง ๆ สำหรับคนไทย ก็เป็นที่นิยมมากกับ bossinee giordano G2000 มาเที่ยวนี้กำลังลดราคาด้วย ชอบเลย อิอิ เดินกันจนเมื่อยขา ว่าจะแล่นสลอทแมทชีน ยืนเก้ ๆ กัง ๆ เล่นไม่เป็น อดไปตามระเบียบ
ได้เวลาเราก็ไปทานข้าวเย็นกัน ระหว่างทานข้าว พี่ออยได้มาสอนเราถึงการเล่น สลอท จึงมีแรงบันดาลใจให้พวกเรากลับไปที่เวเนเชี่ยนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพัก สลอทแมทชีน คืนนี้เจอกัน

กลับมาถึงโรงแรม พักผ่อนกันสักครู่ เราก็กลับไปที่เวเนเชี่ยน ก็นั่งแท๊กซี่กันไป 8 คน 2 คัน พอดี เมื่อมาถึงเวเนเชี่ยนเราถึงได้เห็นความสวยงามของปฏิมากรรม แบบเวนิส ตอนแรกที่เรามาถึง รถจอดทางด้านหลัง ตอนนี้แท๊กซี่พาเรามาทางด้าน และยิ่งเป็นยามค่ำคืนด้วย ก็เหมือนสาวงามที่แต่งหน้าทาปาก รออวดโฉมให้พวกเราได้มาชมกัน ก็มาเสียเวลาถ่ายภาพทางด้านหน้า กันอยู่พักใหญ่ เราถึงไปลุยต่อกันข้างใน กับเครื่องสลอทแมทชีน มายืนเอ้อ อยู่สักพัก ไม่รู้เล่นไง ก็เลยตัดสินใจเอาเงินเหนียว ที่แรกจากพี่ออยมา หยอดไป 20 เหรียญ ก็กดมั่ว ๆ ฟลุค ครับ พ่อแม่พี่น้อง ได้เพิ่มมา 20 เหรียญ ได้ใจเลยทีนี้ ก็กดเพลินเลย สรุป หมด ก็ไม่ได้อยากตามทุนคืนหรอก แต่มันยังไม่เข้าใจ เลยใส่ไปอีก 100 เหรียญ ได้กำลังใจจากสมาชิก สู้ใจขาดดิ้น แต่ทำไปทำมา มันชักเริ่มหมด มองไปทางซ้าย เห็นน้องเต้อ ทำหน้าเอ๋อ ๆ อยู่ เลยเรียกมาช่วยกด ทำเป็นเล่นไป กดทีแรก ได้มาเลย 25 เหรียญ ได้ใจภาคสอง เลยให้เต้อกดต่อ กดไปกดมาเริ่ม ไม่ถูกอีกแล้ว เต้อเห็นถ้าไม่ค่อยดี เลยบอก พี่หนู ขอไปเดินช๊อปดีกว่า เดี๋ยวเจอกันนะ ว่าแล้วเต้อ ก็พลิ้วไปตามลม เราก็ตามทุนต่อ จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่ได้ทุนกลับมา แถมมันยังหดลงอีกเรื่อย สุดท้าย มาหยุดที่เสียไป 58 เหรียญ พอล่ะ ค่าวิชา ไปถ่ายรูปเพิ่มเติมดีกว่า ก็ได้ภาพเพิ่มเติมมาเยอะเหมือนกัน จนได้เวลานัดหมายเราก็กลับมาพักผ่อนที่โรงแรมกัน

01-09-08 ศาลเจ้าแม่ทับทิม – เจ้าแม่กวนอิม – วิหารเซนต์ปอล – เซนาโตสแควร์ – สุวรรณภูมิ

เมื่อคืนนอนฝันดี ฝันว่าได้รางวัลแจ็คพอร์ต จากการเล่นสลอต แหม ไม่อยากจะตื่น กำลังน้ำลายเยิ้ม โทรศัพท์ดันดังซะเหมือนไฟจะไหม้ใหญ่ ไม่ตื่นก็ไม่ได้ เฮ้ออออ หมดกัน ลุยต่อกับโปรแกรมวันนี้ โปรแกรมแรกของเรา คือการไปไหว้ อาม่า หรือเจ้าแม่ทับทิม อาม่าคือเทพเจ้าแห่งท้องทะเล บริเวณ ที่มีเรือผ่านไปมา ส่วนใหญ่จะมีศาลของอาม่า เพื่อให้ชาวเรือ ได้กราบไหว้ขอพร ก่อนการเดินทาง ที่วัดแห่งนี้ก็ไม่ใหญ่มากนัก เข้าไปก็จะอบอวลไปด้วยควันธูป ก็ได้ให้สมาชิกของเราได้ไหว้พระ ขอพรกัน ที่น่าสังเกต การไหว้ของคนที่นี่ จะมีการจุดธูปสะเดาะเคราะห์ ลักษณะของธูป จะเป็นวง ๆ เหมือน ยากันยุงบ้านเรา ตอนแรก ก็นึกว่าที่นี่ยุงชุม ถามไถ่ได้ความ ว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์อย่างหนึ่ง ขดธูปจะมีความสั้นยาวไม่เท่ากัน แบ่งเป็น ขนาด 10 วัน 20 วัน 30 วัน บอกจำนวนในที่นี้หมายถึงเมื่อจุดธูปแล้วจะต้องใช้เวลาเท่านั้นวัน ธูปถึงจะหมด ราคาก็ถูกแพงตามขนาด

จากนั้นเราก็มาหยุดพักกันที่ สัญลักษณ์ของมาเก๊า ก็คือรูปเจ้าแม่กวนอิมองค์ทอง ก็ได้แวะถ่ายภาพหมู่ และภาพเดียวกันเป็นที่ระลึก

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราก็มาต่อกันที่วัดเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของมาเก๊า เค้าว่ากันว่า ก่อนจะเข้าคาสิโน ควรจะมาไหว้ขอพรที่นี่ก่อน อืม มิน่าหล่ะ เมื่อวาน แจ๊คพอตไม่แตก แถมยังต้องเสียค่าเล่าเรียน กับตู้สลอท ไปอีก 58 เหรียญ คราวหน้าเอาใหม่ อิอิ
ต่อมาเราก็มาสองที่สุดท้ายกัน ก็คือ วิหารเซนต์ปอลและเซนาโต้สแควร์ ที่วิหารเซนต์ปอลวันนี้คนคึกคักเป็นพิเศษ เห็นบอกว่าจะมีการต้อนรับนักกีฬาโอลิมปิค เราก็เลยรีบถ่ายรูปกัน ก็พลาดไม่ได้อีกเหมือนเคย สำหรับการถ่ายภาพหมู่ ถ่ายทุกที ที่มีโอกาศ เมื่อถ่ายกับประตูวิหารเรียบร้อยแล้ว ก็มาต่อกันที่เซนาโต้สแควร์ สำหรับท่านใดที่ชื่นชอบ จิออ บอสสินี่ มาที่นี่ก็ไม่ผิดหวัง มีหลายร้านให้ได้เดิน แต่เนื่องจากมื้อกลางวันวันนี้ ไม่ได้รวมอยู่ในรายการพี่ออยจึงได้นำเรามาหาอะไรทานกันก่อน พี่ออยพาพวกเราไปที่บ่อนของเฉินหลง ไม่ผิดครับ เฉินหลง ดาราจมูกโต คนนั้นแหละ มีก๋วยเตี๋ยวขาย ชามละ สิบเหรียญ เอง แล้วก็ให้ได้เดินตามอัธยาศัย

เมื่อได้เวลานัดเราก็มุ่งตรงไปยังสนามบินกันเลย ก็ใช้เวลาไม่นานอีกเหมือนเดิม ลูกค้า 7 คนทำอะไรก็เลยไว เตรียมตัวขึ้นเครื่องบินดีกว่า ได้เวลากลับเมืองไทยแว้ว
เมื่อถึงเมืองไทยแล้วก็บ้านใครบ้านมัน ก็จบไปอีกหนึ่งกรุ๊ป กับโปรแกรม มาเก๊า – จูไห่ 3 วัน 2 คืน ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้น แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสนุกอีกหนึ่งกรุ๊ป ยังไงคราวหน้า คงได้พบกันใหม่ ขอบคุณสมาชิก ทั้ง 7 ท่าน ที่ให้ความรวมมืออย่างดี และขอขอบคุณกับบริษัท Best tirp ที่ให้โอกาศได้มาในครั้งนี้

รวมภาพหมู เอ้ย ภาพหมู่ ^ ^

ไม่มีหมวดหมู่

Leave a Reply

Enter your email address:

Delivered by FeedBurner

E-mail: macaufunclub@gmail.com